ความลับของการบรรลุเป้าหมายชีวิตในทุกช่วงวัยอยู่ที่ การเริ่มต้นวางแผน การออม และลงทุนให้เร็ว ถึงแม้ว่า เป้าหมายทั้งหมด อาจต้องใช้เงินจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะลงแรงหาได้เองในปัจจุบันและอนาคต ก็ยังมีการลงทุนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ให้เงินช่วยทำงานอีกแรง โดยเฉพาะกับ เงินก้อนเล็กก้อนน้อยที่หลายๆ คนอาจมองข้าม บวกกับ วินัยการออม อย่างสม่ำเสมอ และ ต่อยอดด้วย ผลตอบแทนทบต้นโดยอัตโนมัติ ในท้ายที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นเงินออมก้อนใหญ่ และทำให้ฝันของเราเป็นจริงขึ้นมาได้

4 ขั้นตอน การออมแบบสม่ำเสมอ

ขั้นตอนที่ 1 ออกแบบแผนการออม

  • 3 พลังเพิ่มค่าเงินออม

พลังเงินต้น จำนวนเงินออมในแต่ละงวด ยิ่งเยอะยิ่งดี คิดแบบง่ายๆ ถ้าคุณต้องการ ออมเงิน 4,000,000 บาท เพื่อเป้าหมาย เกษียณสุขในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยออมเงินในธนาคาร
หรือลงทุนในกองทุน รวมตลาดเงินหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ ให้ผลตอบแทนประมาณ 2% ต่อปี… โดย คุณตั้งใจว่าจะออมเดือนละ 1,000 บาท เมื่อ ถึงวันที่เกษียณอายุ คุณจะมีเงินออม ประมาณ 490,000 บาท แต่ถ้าเพิ่มเงินออม เป็นเดือนละ 5,000 บาท ณ วันที่เกษียณ อายุ คุณก็จะมีเงินออมเพิ่มเป็น 2,400,000 บาทในกระเป๋า เข้าใกล้เป้าหมายเกษียณสุข ได้มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ หรือถ้าจะให้ดีสุดๆ หากคุณสามารถสร้างรายได้เพิ่มจนออมได้ เดือนละ 10,000 บาท ในวันที่ คุณเกษียณ ก็จะมีเงินออมเกือบ 5,000,000 บาท!!!
ให้ใช้ไปสบายๆ ตลอดชีวิต

พลังระยะเวลา ระยะเวลาที่สามารถออม ต่อเนื่อง ยิ่งนานยิ่งดี เคยเป็นมั้ย… เงิน 1,000 บาท ใช้แป๊ปเดียวก็หมดแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ใช้ แถมยังฝากธนาคารทุกเดือนอย่าง สม่ำเสมอ โดยได้รับดอกเบี้ย 2% ต่อปี… ภายใน 1 ปี คุณจะมี เงินออมถึง 12,240 บาท และหากคุณ ออมต่อไปเรื่อยๆ อีกเพียง 10 ปี คุณจะมีเงิน กว่า 130,000 บาท แล้วยิ่งคุณออมต่อเนื่องได้ถึง 30 ปี คุณก็จะมีเงินออมเกือบ 500,000 บาท โดยไม่ทันรู้ตัว!

พลังอัตราผลตอบแทน อัตราเฉลี่ยต่อปีที่ได้รับ ยิ่งมากยิ่งดี ใครๆ ก็อยากมีเงินออมเยอะๆ แต่ด้วย ข้อจำกัดของแต่ละคน ที่มีเงินเหลือไม่มากพอ อีกทั้งบางคน พึ่งมาคิดได้ว่าต้องออม ก็ตอนที่อายุมากแล้ว จึงไม่ได้มีระยะเวลาที่ ยาวนานมาก ขนาดที่จะสร้างพลังเงินต้นให้
เติบโตได้ดั่งใจ ดังนั้น ตัวช่วยสุดท้ายก็คือ

อัตราผลตอบแทนจากการออมและการลงทุน ที่จะช่วยตอบโจทย์ในการสร้างเงินก้อนโตได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ถ้าเหลือเงินออมเพียง 1,000 บาทต่อเดือน ฝากธนาคารทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ โดยได้รับดอกเบี้ย 2% ต่อปี…ในอีก 30 ปีข้างหน้า คุณจะมีเงินเกือบ 490,000 บาท แต่ถ้าเปลี่ยนมาลงทุนในทางเลือกอื่นที่ให้ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี เงินจะโตขึ้นมา เกือบเท่าตัว หรือราวๆ 800,000 บาท ยิ่งถ้าลงทุนในทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนอย่างน้อย 10% ต่อปีแล้ว เงินก็จะยิ่งเติบโตมากขึ้น เป็นเกือบ 2,000,000 บาท! นั่นเป็นเพราะความมหัศจรรย์ของ “อัตราดอกเบี้ยทบต้น” ที่แม้จะไม่ได้ออมเงินเพิ่มขึ้น แต่ดอกเบี้ยทบต้น ก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดมา ดังนั้น แม้จะเริ่มด้วยเงินก้อนเล็ก ระยะเวลาลงทุนที่สั้นกว่าคนอื่น แต่ถ้าหาทางเลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้สูงกว่า คุณก็มีสิทธิมั่งคั่งได้เหมือนกัน

  • DIY แผนการออมง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง
การลงทุนแบบ DCA

ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาทางเลือกลงทุน

  • DCA กับ หุ้น

การลงทุนแบบ DCA คือ การทยอยลงทุนเป็นงวดๆ ในจํานวนเงินที่เท่าๆ กัน โดยไม่สนใจราคาของหุ้นที่เลือกลงทุน ซึ่งจะให้เรากําจัดอารมณ์คันไม้คันมือ เวลาที่ราคาหุ้นขึ้นๆ ลงๆ ออกไปได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างวินัยในการออมด้วย

ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งให้บริการการลงทุนแบบ DCA โดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อนำไปลงทุนใน “หุ้น” ที่เราได้เลือกไว้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้เราได้หุ้นที่มีราคาต้นทุนเฉลี่ยจากทุกสภาวะตลาด

  • DCA กับ กองทุนรวมหุ้น

กองทุนรวมหุ้น หรือ กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบาย ลงทุนในตราสารทุนประเภทต่างๆ ทั้งหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อ หลักทรัพย์ (Warrant) รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นๆ ซึ่งเมื่อรวมแล้วจะต้องมี สัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และสามารถนำเงินส่วนที่เหลือไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทอื่นๆ หรือจะนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในหุ้นก็ได้เช่นกัน

  • DCA กับ กองทุนรวมตลาดเงิน

จะดีกว่าไหม…. ถ้าลองมาทำความรู้จักทางเลือกลงทุนใหม่ๆ เปลี่ยนจากการออมด้วยการฝากเงินในธนาคารมาเป็น การลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่มี อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี คล้ายคลึงกับกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น อีกทั้งยังเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะสำหรับการลงทุนระยะสั้นของผู้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่อง ไม่ต้องการสูญเสียเงินต้น และต้องการ ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์ (แม้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการในอัตราที่ต่างกันไปสำหรับ แต่ละกองทุน) ที่สำคัญคือ ผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ (สำหรับบุคคลธรรมดา) และเราสามารถติดตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินได้ทุกวันอีกด้วย

  • DCA กับ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินทุนไปซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบอาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดมิเนียม โรงงาน คลังสินค้า สนามบิน ห้างสรรพสินค้า โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มาบริหารจัดการให้เกิดรายได้ ทั้งในรูปของ ค่าเช่า ค่าบริการ หรือกำไรจากการซื้อขายทรัพย์สินที่กองทุนไปลงทุน จากนั้นจึงนำรายได้ดังกล่าวมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ ผู้ถือหน่วยลงทุน เสมือนกับการที่ผู้ลงทุนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยไม่ต้องเข้าไปบริหารหรือหาผู้เช่าด้วยตนเอง

  • DCA กับ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

ขอแนะนำให้รู้จัก “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” อีกหนึ่งทางเลือก การออม ที่นอกจากจะได้รับผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินแล้ว ยังได้รับการคุ้มครองชีวิต และที่สำคัญ หากมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ก็ยังสามารถนำเงินออมที่เป็น ค่าเบี้ยประกันนี้ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทอีกด้วย

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น 5/10 7/15 15/25 1/30 20/20 เป็นต้น โดย ตัวเลขด้านหน้า คือ จำนวนปีที่ชำระเบี้ยประกันภัย และ ตัวเลขด้านหลัง คือ จำนวนปีที่คุ้มครอง เช่น ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ 5/10 หมายถึง ระยะเวลาจ่ายชำระเบี้ย 5 ปี ให้ความคุ้มครองชีวิต 10 ปี เมื่อครบกำหนดอายุ กรมธรรม์ ก็จะได้รับเงินออมและผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เป็นต้น

4 ขั้นตอน การออมแบบสม่ำเสมอ

ขั้นตอนที่ 3 เริ่มต้นปฏิบัติตามแผน

  • ต้องรู้ข้อมูลรายละเอียด DCA ก่อนลงทุนสม่ำเสมอแบบ DCA

ปัจจุบันวิธีการลงทุนแบบ DCA ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิธีการลงทุนที่สะดวก เหมาะกับผู้ที่มีความสนใจ จะลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง แต่ยังไม่มีความรู้เรื่องการจับจังหวะตลาดที่มากพอ ไม่มีเวลาในการติดตามราคา และอาจจะยังไม่พร้อม ที่จะลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ ซึ่งก่อนเริ่มลงทุน เราควรทำความเข้าใจลักษณะการลงทุนแบบ DCA ให้ดีและลองสำรวจตัวเองดูว่า เราเหมาะกับการลงทุนด้วยวิธีนี้หรือไม่

  • ออมหุ้น / กองทุนรวมแบบสม่ำเสมอ

อยากทยอยลงทุนแบบ DCA แต่ไม่รู้จะเลือกบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไหนดี แต่ละ บล. หรือ บลจ. ที่จะมาเป็นผู้ดูแลบัญชีของเรานั้น จะมีเงื่อนไขการให้บริการและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป
ซึ่งเราควรเลือกบริษัทที่ตรงกับความต้องการและมีค่าใช้จ่ายที่ เหมาะสมด้วย

  • ติดตามผลการลงทุนแบบ DCA

โดยทั่วไปแล้ว บล. หรือ บลจ. จะคำนวณผลตอบแทน (กำไร/ขาดทุน) เป็นยอดรวมของเงิน ทุกก้อนที่ลงทุนไป เช่น หากลงทุนในกองทุนรวมทุกเดือนๆ ละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ต้นทุนสะสมจะเท่ากับ 60,000 บาท ถ้ามูลค่าปัจจุบันของเงินลงทุนเท่ากับ 65,000 บาท ก็จะแสดงเป็นผลกำไร 5,000 บาท หรือคิดเป็น “ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (Annualized Return)” เท่ากับ 8.33% ซึ่งวิธีนี้อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการ คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนแบบสม่ำเสมอ เพราะไม่ได้คำนึงถึง “ช่วงเวลาของเงิน แต่ละก้อนที่ถูกนำไปลงทุนจริงๆ” แต่เป็นการสมมติว่า เงินลงทุนทั้งหมด ถูกนำไปลงทุน พร้อมกันตั้งแต่ครั้งแรก

  • ทดลองลงทุนในหุ้น ด้วยโปรแกรม DCA Simulation

หลายคนที่เริ่มสนใจอยากลงทุนด้วยวิธี DCA แต่ยังเลือกไม่ถูก กลัวว่าหุ้นที่เลือกจะสร้าง ผลตอบแทนได้ไม่ดีเพียงพอ หรือสงสัยว่า หากลงทุนในหุ้นนี้ตั้งแต่อดีตจะได้รับผลตอบแทน ในปัจจุบันเป็นเท่าใด? ปัญหานี้จะแก้ไขได้ด้วยการทดลองใช้ “DCA Simulation หรือ การจำลองการลงทุนแบบ DCA” กับหุ้นที่เราสนใจนั่นเอง ซึ่งโปรแกรมจะคำนวณ ผลตอบแทนจากการใช้ข้อมูลราคาย้อนหลังในอดีตของหุ้นที่เราเลือก เปรียบเทียบกับ มูลค่า ณ ราคาตลาดในปัจจุบัน โดยจะแสดงข้อมูล “ผลตอบแทนที่ได้รับ” และ “ต้นทุนเฉลี่ยจากการลงทุน” นั่นเอง ลองมาดูตัวอย่างโปรแกรม DCA Simulation ที่จะมาช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนด้วยวิธี DCA ให้กับเรามากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 เลือก Package ออมสม่ำเสมอ

  • เด็กจบใหม่ ออมอย่างไร… ถ้าเงินเดือน 15,000 บาท

หลายๆ ครอบครัวก็คงปลูกฝังนิสัยรัก การออม ให้กับลูกหลานกันมาไม่มากก็น้อย แต่พอถึงเวลาที่เรามีรายได้เป็นของตัวเองจริงๆ ก็อาจยังวางแผนไม่ค่อยถูกว่า จะออมอย่างไร ถ้าได้เงินเดือน 15,000 บาท พอถูกหักสวัสดิการนั่นนู่นนี่ของบริษัทแล้ว เหลือยอดเงินเดือนสุทธิแค่พอใช้จ่ายเดือนชนเดือนเท่านั้น ไม่สามารถออมได้ถึง 10% หรือประมาณ 1,500 บาท ตามที่ตั้งใจไว้

  • มนุษย์เงินเดือน ออมอย่างไร… สร้างความมั่งคั่งให้ชีวิต

รู้ๆ กันอยู่ว่า… ข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือน คือ สามารถวางแผนออมเงินได้ง่ายกว่าฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการ เพราะมีรายได้ประจำที่สม่ำเสมอและคาดการณ์รายได้ล่วงหน้าได้ค่อนข้างแน่นอน จึงทำให้บริหารจัดการเงินง่าย

  • ข้าราชการ พร้อมหรือไม่… กับการเตรียมชีวิตเกษียณสุข

เมื่อกล่าวถึงความมั่นคงของงานและสวัสดิการที่ข้าราชการได้รับ ถือว่าดีกว่าบริษัทเอกชนอย่างมาก ถึงแม้รายได้อาจจะไม่ได้หวือหวา มากมาย ก็ยังพอกินพอใช้ได้อย่างไม่ลำบาก แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ก็มีโอกาสทำให้เกิดการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น ดังนั้น การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมและวางแผนออมเงินเพื่อเป้าหมายเกษียณสุขโดยเร็วที่สุด จะช่วยกำจัด “ภาวะเกษียณทุกข์” ให้ห่างไกลได้ด้วย

  • อาชีพอิสระ เตรียมตัวเกษียณอย่างไร… ใช้ชีวิตได้ตามฝัน

คนรุ่นใหม่หลายๆ คนคงอยากทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ เพราะมีความคล่องตัว ทั้งเรื่องสถานที่และเวลาทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน ภาระภาษีที่ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนสวัสดิการ ด้านการรักษาพยาบาลและการออมเพื่อเกษียณอายุที่จะต้องจัดการด้วยตนเอง

สูตรแก้ผมแตกปลาย ผมแตกปลาย เป็นปัญหาสามัญที่ผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญ ซึ่งเมื่อผมแตกปลาย ความมั่นใจก็หายไปด้วย ผมแตกปลาย เป็นหนึ่งในปัญหาผมที่ปลายเส้นผมเปราะบาง แห้งเสีย และแตกออกเป็นเส้นเล็ก ๆ เนื่องจากสภาพผมขาดความชุ่มชื้น

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : รู้จักตลาดหุ้นไทย กับเรื่องที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้