ตลาด หุ้น ไทยเช้านี้ (2 ก.ย.) ดัชนี SET Index เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,304.10 จุด ปรับลง -1.47 จุด หรือคิดเป็น -0.11% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2,233 ล้านบาท ณ เวลา 10:00:33 น. ขณะที่ดัชนี SET50 ปรับลง -2.37 จุด หรือ -0.28% อยู่ที่ 839.29 จุด โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม 1,187 ล้านบาท (คิดเป็นราว 53.15% ของ SET)

10 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าซื้อ-ขายโดดเด่นที่สุด ประจำวันที่ 2 ก.ย. 63

10 อันดับ หุ้น ที่มีมูลค่าซื้อ-ขายโดดเด่นที่สุด ได้แก่

  1. ICHI ซื้อขาย 127.88 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.35 บาท (+3.55%)
  2. CPALL ซื้อขาย 110.90 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.25 บาท (-0.40%)
  3. MINT ซื้อขาย 107.53 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.20 บาท (+0.92%)
  4. NER ซื้อขาย 90.10 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.08 บาท (+2.41%)
  5. CPF ซื้อขาย 90.00 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.25 บาท (-0.79%)
  6. PTT ซื้อขาย 72.67 ล้านบาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
  7. ADVANC ซื้อขาย 64.72 ล้านบาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
  8. SCC ซื้อขาย 63.52 ล้านบาท ราคาหุ้น +1.00 บาท (+0.28%)
  9. KBANK ซื้อขาย 58.91 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.50 บาท (-0.60%)
  10. THANI ซื้อขาย 56.24 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.04 บาท (+1.02%)

ส่วนตลาด mai ปรับขึ้น +0.96 จุด หรือ +0.31สวนทางกับ SET อยู่ที่ระดับ 308.31 จุด มูลค่าซื้อขาย 91.01 ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์ฯปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,310.22 จุด เพิ่มขึ้น 4.65 จุด (+0.36%) มูลค่าการซื้อขายราว 20,087.07 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้แกว่งแคบๆ บวก-ลบประมาณ 3 จุด โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,310.72 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,301.78 จุด

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบแคบๆ เคลื่อนไหวทั้งแดนบวกและลบราว 3 จุด ตอบรับปัจจัยบวกจากต่างประเทศ หลังดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ (PMI) ออกมาแข็งแกร่งจึงส่งผลให้ตลาดต่างประเทศเช้านี้ต่างปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า ประกอบกับค่ายแอปเปิลเตรียมเปิดตัว iPhone 5G จำนวน 4 รุ่นในเดือนต.ค.นี้ กระตุ้นแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทั้ง COM7, HANA และ SYNEX เป็นต้น

ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังกดดัน โดยเฉพาะเรื่องการเมือง หลังนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง กระทันหันเมื่อเย็นวานนี้ ทำให้นักลงทุนจับตาว่า รมว.คนใหม่ที่จะมาแทนนั้นจะเข้ามาฟื้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯ น่าจะยังแกว่งแคบๆ เช่นเดียวกับช่วงเช้า โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,300 จุด และแนวต้านที่ 1,312-1,315 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,854.22 ล้านบาท ปิดที่ 368.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ฟื้นตามภูมิภาคจากตัวเลขภาคการผลิตสหรัฐทำนิวไฮ แต่ปัจจัยการเมืองในปท.ยังกดดัน

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์ การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้น่าจะฟื้นตัวได้ตามเพื่อนบ้าน หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 20 เดือน จากที่ผ่านมาก็ได้ปรับตัวขึ้นติดต่อกันถึง 3 เดือน
แต่อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยน่าจะฟื้นตัวจำกัด จากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังคงกดดันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายปรีดี ดาวฉาย ซึ่งอาจกระทบกับการมีเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งต้องติดตามดูต่อว่ารัฐบาลจะเร่งหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ได้เร็วเพียงใด

ทั้งนี้ให้ติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด หากปรับตัวขึ้นก็อาจจะมีแรงขายออกมา แนะนักลงทุนมีความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงนี้มากขึ้น พร้อมให้แนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์ การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้น่าจะฟื้นตัวได้ตามเพื่อนบ้าน หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 20 เดือน จากที่ผ่านมาก็ได้ปรับตัวขึ้นติดต่อกันถึง 3 เดือน
แต่อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยน่าจะฟื้นตัวจำกัด จากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังคงกดดันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง ของนายปรีดี ดาวฉาย ซึ่งอาจกระทบกับการมีเสถียรภาพทางการเมือง โดยจะต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะเร่งหา รมว.คลังคนใหม่ได้เร็วเพียงใด

ทั้งนี้ ให้ติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด หากปรับตัวขึ้นก็อาจจะมีแรงขายออกมา แนะนักลงทุนใช้ความระมัดระวังการลงทุนในช่วงนี้มากขึ้น พร้อมให้แนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (1 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,645.66 จุด เพิ่มขึ้น 215.61 จุด (+0.76%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,526.65 จุด เพิ่มขึ้น 26.34 จุด (+0.75%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,939.67 จุด เพิ่มขึ้น 164.21 จุด (+0.68%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 123.02จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 13.88 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 9.86 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 55.01 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 69.15 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 2.10 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 3.69 จุด

ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (1 ก.ย.63) 1,305.057 จุด ลดลง 5.09จุด (-0.39%)
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,490.77 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ก.ย.63
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (1 ก.ย.63) ปิดที่ 42.76 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.4%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (1 ก.ย.) อยู่ที่ -0.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 31.20 อ่อนค่าจากวานนี้ หลังดอลล์แข็ง-กังวลการเมืองในปท.หลังรมว.คลังลาออก

เปิด 5 ปมร้อนกดดัน “ปรีดี” แตกหักทิ้งเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง วงในเผยขัดแย้งหนัก “สันติ พร้อมพัฒน์” ปมโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ทั้งยังมีแผนจัดระเบียบจัดซื้อภายในใหม่ พร้อมเตรียมรื้อบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขณะ “หุ้น-บาท” วูบ นักลงทุน กังวลไร้แกนหลักเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤติโควิด ด้าน “ปรีดี” ยันไม่ขัดแย้ง “สันติ” รับมีปัญหาสุขภาพ

ครม.ต่ออายุลดเงินสมทบประกันสังคมเหลือ 2% รวม 3 เดือน เพิ่มเงินระบบเศรษฐกิจ 2.4 หมื่นล้านบาท “สุพัฒนพงษ์” ชง ศบศ.เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระทรวงท่องเที่ยวฯ เสนอรับต่างชาติพักระยะยาว ธปท.ดันโครงการมัดหนี้รายย่อยรวมหนี้บ้าน 1-2 หมื่นล้าน สกัดหนี้เสียพุ่ง

ซีบีอาร์อีจับตาตลาด คอนโดเข้าสู่จุดเสี่ยงใน 2 ปีข้างหน้า สต็อกเข้ามาเติมในตลาดอีก 1.4 แสนยูนิต ท่ามกลางเศรษฐกิจขาลง หวั่นคนแห่ทิ้ง เงินจอง ไม่โอน ฉุดตลาดผันผวน
น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอมีมาตรการส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ได้มีมาตรการเร่งรัดการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ ที่สิ้นสุดระยะเวลายื่นขอรับการส่งเสริมเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและอยู่ในเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามมาตรการนี้ 50 โครงการ โดยบีโอไอได้อนุมัติไปแล้ว 42 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนรวม 11,999 ล้านบาท

ค้าปลีกลุ้นไตรมาส 4 ฟื้นตัว หลังเดือนส.ค. ทราฟฟิกสูงขึ้นส่งสัญญาณคึกคัก ยอดจองพื้นที่จัดอีเวนต์เริ่มขยับเต็มถึงปีหน้า ขณะที่ “บิ๊กเนม” ห้างใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยวยังต้องลุ้นทัวริสต์กลับมา
*หุ้นเด่นวันนี้

BGRIM (เคจีไอ)”ซื้อ” เป้า 65 บาท ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 63 รับอานิสงส์ดีมานด์ใช้ไฟฟ้าจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมฟื้น และต้นทุนก๊าซธรรมชาติลง เป็นบวกต่ออัตรากำไร และมี Catalyst การลงทุนใหม่ๆที่ยังไม่รวมในประมาณการที่มีข่าวจับมือ AMATA พัฒนาสมาร์ทซิตี้
TU (ทรีนิตี้)”ซื้อ” เป้า 18.40 บาท ยังเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของ Red Lobster โดยผู้ร่วมทุนใหม่อย่าง Seafood Alliance มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจด้านอาหาร ซึ่งจะเข้ามาพัฒนาแบรนด์ Red Lobster สำหรับธุรกิจ Red Lobster ในปัจจุบันมีการคลาย Lockdown แล้ว ได้มีการเพิ่มมาตรการต่างๆในด้านความปลอดภัย อาทิ การสั่งอาหาร หรือการสั่งอาหารแบบไร้การสัมผัส และนำเสนอเมนูใหม่

5 แก็ดเจ็ต สำหรับคนชอบเที่ยวที่ต้องพกไว้ติดตัว การท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน แน่นอนว่า การได้มีรูปถ่ายสวยๆ หรือการได้ฟังเพลงเพราะๆระหว่างที่เรากำลังนั่งชมธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ เราทุกคนน่าจะทำกันปกติ เวลาไปเที่ยว

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : รู้จักกับการลงทุนหุ้นปันผล