เงินบาทอ่อน หุ้นไทยร่วง หลังจากโควิด 19 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็มีสัญญาณระบาดหนักไปทั่วโลก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน

โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ตามปัจจัยทางเทคนิค หลังเงินบาทอ่อนค่าทะลุแนว 31.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ ประกอบกับตลาดมีความกังวลมากขึ้นต่อสัญญาณการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรง

โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกล่าช้าออกไป อย่างไรก็ดี สถานะซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยในระหว่างสัปดาห์ของนักลงทุนต่างชาติช่วยจำกัดกรอบการอ่อนค่าของเงินบาทไว้ได้บางส่วน

ในวันศุกร์ (10 ก.ค.) เงินบาทกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 31.27 หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 31.35 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ก.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (13-17 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.10-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์

เงินบาทอ่อน หุ้นไทยร่วง
เงินบาทอ่อน หุ้นไทยร่วง

ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนมิ.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ Beige Book ของเฟด นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/63 และตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือน มิ.ย. ด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวลงจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,350.50 จุด ลดลง 1.59% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 71,254.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.57% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.10% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 302.74 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (13-17 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,330 และ 1,300 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,365 และ 1,380 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ตลอดจนความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของไทย สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก

รวมถึงประเด็นขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของ BOJ และ ECB รวมถึงจีดีพีไตรมาส 2/63 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.ของจีน

ข้อมูลเพิ่มเติม

เงินบาทแข็งค่า หรือเงินบาทอ่อนค่า เกิดจากความต้องการของมนุษย์เป็นหลักหรือก็คือ ความต้องการซื้อ (อุปสงค์) และความต้องการขาย (อุปทาน) เงินสกุลไหนที่มีความต้องการมากหรือไม่มีความต้องการ ปริมาณเสนอซื้อและเสนอขายก็จะขยับไปตามความต้องการของมนุษย์หมู่มาก โดยจะมีปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบ ทำให้ความต้องการของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป

อันดับหุ้นที่มีมูลค่า ซื้อ-ขาย โดดเด่นที่สุด (13 ก.ค. 2563)

1. STGT ซื้อขาย 378.01 ล้านบาท ราคาหุ้น +3.00 (+4.03%)
2. CPF ซื้อขาย 243.97 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.50 (+1.57%)
3. PRM ซื้อขาย 171.41 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.05 (-0.57%)
4. KCE ซื้อขาย 171.19 ล้านบาท ราคาหุ้น +1.00 (+3.96%)
5. DELTA ซื้อขาย 153.78 ล้านบาท ราคาหุ้น +5.00 (+7.19%)
6. PTT ซื้อขาย 139.54 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.50 (+1.31%)
7. SUPER ซื้อขาย 135.51 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.01 (+1.00%)
8. EA ซื้อขาย 117.72 ล้านบาท ราคาหุ้น +1.50 (+3.28%)
9. SINGER ซื้อขาย 110.91 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.90 (+6.43%)
10. MINT ซื้อขาย 105.50 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.50 (+2.58%)

โดยสรุปแล้วดัชนี้หุ้นไทยมีแนวรับที่ 1330 และ 1300 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1365 และ 1380 จุด นี่เป็นมุมมองที่คาดการณ์ไว้ในวันที่ 13-17 ก.ค. 2563 หลังจากนี้ลองดู 3 อันดับ กล้องถ่ายภาพ ราคาแพงที่สุดในโลก เหมาะสำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ

ธุรกิจมาแรง ปี 2563 รู้ก่อนได้เปรียบ ใช้ทุนน้อยกำไรงาม